กลับไปบทความ
Career · 27 พ.ค. 2026 · 9 นาที

องค์กรควรเตรียมทีมอย่างไรในยุค AI

#AI Transformation#Upskilling#Leadership
องค์กรควรเตรียมทีมอย่างไรในยุค AI

ช่วงนี้แทบทุกองค์กรประกาศว่า “เรานำ AI มาใช้แล้ว” แต่ถ้ามองให้ลึกกว่าหน้าข่าว ภาพจริงกลับต่างออกไป ผลสำรวจ State of AI ปี 2025 ของ McKinsey พบว่าเกือบ 9 ใน 10 องค์กรใช้ AI ในการทำงานเป็นประจำแล้ว แต่มีเพียงราว 9% เท่านั้นที่ไปถึงระดับ “AI maturity” จริง และเกือบสองในสามยังขยายผลไม่พ้นโครงการนำร่องไม่กี่ตัว ช่องว่างนี้บอกเราชัดเจนว่าอุปสรรคที่แท้จริงไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือความพร้อมของคน

คอขวดที่แท้จริงคือคน ไม่ใช่เครื่องมือ

เมื่อถามผู้บริหารระดับสูงว่าทำไมการนำ generative AI มาใช้ถึงช้า คำตอบที่ถูกอ้างถึงมากที่สุดอันดับต้นๆ คือ “ช่องว่างด้านทักษะของคน” McKinsey รายงานว่าราว 47% ของผู้นำ C-suite มองว่าองค์กรพัฒนาและปล่อยเครื่องมือ AI ช้าเกินไป โดยช่องว่างทักษะเป็นเหตุผลหลักที่ถูกระบุ

นี่คือจุดที่หลายองค์กรพลาด — ลงทุนกับ license เครื่องมือใหม่ก้อนโต แต่ลืมลงทุนกับการเตรียมคนให้ใช้มันเป็นและใช้อย่างมีวิจารณญาณ ผลคือเครื่องมืออยู่ครบ แต่ไม่มีใครเอาไปสร้างคุณค่าได้จริง

เกือบทุกองค์กรซื้อ AI มาใช้ได้ แต่มีน้อยมากที่ “พร้อม” ใช้ — ความต่างอยู่ที่คน ไม่ใช่ที่เทคโนโลยี

ภาพตลาดที่ผู้นำควรรู้

การวางแผนเตรียมทีมต้องเริ่มจากเห็นภาพใหญ่ก่อน รายงาน Future of Jobs ปี 2025 ของ World Economic Forum (WEF) ให้ตัวเลขที่ช่วยจัดลำดับความสำคัญได้ดี

  • ราว 86% ของธุรกิจ คาดว่า AI และเทคโนโลยีประมวลผลข้อมูลจะเปลี่ยนแปลงธุรกิจของตัวเองภายในปี 2030
  • ภายในปี 2030 ราว 22% ของตำแหน่งงาน จะถูก disrupt จากเทคโนโลยีและแรงเปลี่ยนแปลงอื่นๆ
  • 59% ของแรงงานทั่วโลก จะต้องได้รับการ train เพิ่มภายในปี 2030
  • 77% ของนายจ้าง ที่ถูกสำรวจประกาศพันธะที่จะ reskill และ upskill พนักงานให้ทำงานร่วมกับ AI

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้มีไว้ให้ตกใจ แต่มีไว้ให้เห็นว่า การเตรียมทีมไม่ใช่ “เรื่องของอนาคต” อีกต่อไป มันคือสิ่งที่ต้องเริ่มวางแผนตั้งแต่ตอนนี้

อย่าสับสนระหว่าง “ตั้งใจ” กับ “ลงมือ”

ช่องว่างที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือระยะห่างระหว่างคำพูดกับการกระทำ องค์กรสายเทคโนโลยีถึง 80% เห็นตรงกันว่า upskilling คือวิธีที่ได้ผลที่สุดในการลดช่องว่างทักษะ แต่มีเพียงราว 28% ที่วางแผนจะลงทุนกับโปรแกรม upskilling จริงในอีก 2–3 ปีข้างหน้า และมีเพียงราว 35% ของผู้นำที่บอกว่าองค์กรมีโปรแกรม upskilling ด้าน AI ที่ครอบคลุมทั้งองค์กรอย่างเป็นระบบ ส่วนใหญ่ยังเป็นการอบรมแบบกระจัดกระจาย เป็นทางเลือก และไม่เชื่อมกับงานจริงที่พนักงานทำ

บทเรียนคือ การประกาศว่า “เราให้ความสำคัญกับ AI” ไม่มีความหมาย ถ้าไม่มีงบ ไม่มีเวลาในตารางงาน และไม่มีการผูกการเรียนรู้เข้ากับงานจริง โปรแกรมที่ได้ผลคือโปรแกรมที่พนักงานได้ฝึกกับงานที่ตัวเองทำอยู่ ไม่ใช่คอร์สทั่วไปที่จบแล้วลืม

ทักษะที่ทำให้คน “ขาดไม่ได้” ในยุค AI

คำถามที่ตามมาคือ แล้วควรเตรียมทักษะอะไร McKinsey ชี้ว่า ความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคยังจำเป็น แต่องค์กรที่เก่งที่สุดด้าน AI กลับทุ่มลงไปที่ทักษะที่ทำให้คน “ขาดไม่ได้” มากขึ้นต่างหาก นั่นคือการคิดเชิงวิพากษ์ (critical thinking), ความคิดสร้างสรรค์, การทำงานร่วมกัน และความฉลาดทางอารมณ์ — ทักษะที่ AI ยังทำแทนได้ยาก พร้อมกับสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ต่อเนื่องที่ให้คนเติบโตไปพร้อมเทคโนโลยี

เหตุผลคือทักษะเชิงเทคนิคล้วนๆ มีอายุสั้นลงเรื่อยๆ เครื่องมือที่ร้อนแรงวันนี้อาจตกรุ่นในอีกสองปี แต่คนที่คิดวิเคราะห์เป็น เรียนรู้ของใหม่ได้เร็ว และทำงานร่วมกับทั้งคนและ AI ได้ จะปรับตัวได้ทุกครั้งที่เทคโนโลยีเปลี่ยน การเตรียมทีมที่ดีจึงไม่ใช่แค่สอนให้ใช้เครื่องมือตัวใดตัวหนึ่ง แต่คือสร้างความสามารถในการเรียนรู้ที่ยั่งยืน

บ่อยครั้ง ผู้นำคือคอขวด ไม่ใช่พนักงาน

มีข้อค้นพบหนึ่งที่สวนความรู้สึกของหลายคน นั่นคือ พนักงานพร้อมรับ AI มากกว่าที่ผู้นำคิด หลายคนใช้ AI ในงานเป็นประจำอยู่แล้วและกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ทักษะเพิ่ม ในขณะที่ฝั่งผู้นำเองกลับเป็นจุดที่ขยับช้า WEF รายงานว่า 85% ของผู้นำมองว่าการสร้างความสามารถในการปรับตัวอย่างรวดเร็วเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง แต่มีเพียงราว 7% ที่เชื่อว่าองค์กรตัวเองทำได้ดีในเรื่องนี้

พนักงานมักพร้อมกว่าที่ผู้นำคิด — โจทย์จริงจึงไม่ใช่ “จะกระตุ้นพนักงานยังไง” แต่คือ “ผู้นำจะวางระบบและวัฒนธรรมให้พวกเขาเติบโตได้ยังไง”

เมื่อรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน การเตรียมทีมในยุค AI ไม่ใช่โครงการจัดซื้อเครื่องมือ แต่เป็นงานสามด้านที่ต้องทำพร้อมกัน: ลงทุนกับ upskilling ที่ผูกกับงานจริงไม่ใช่คอร์สลอยๆ, พัฒนาทักษะที่ AI แทนไม่ได้ควบคู่กับทักษะเทคนิค, และเริ่มจากตัวผู้นำเองที่ต้องวางวัฒนธรรมการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นจริง องค์กรที่ทำสามอย่างนี้ได้ จะไม่ใช่แค่ “มี AI ใช้” แต่จะเป็นองค์กรที่คนกับ AI ทำงานเสริมกันได้จริง ซึ่งเป็นความแตกต่างที่ตัวเลขทุกสำนักชี้ตรงกันว่าจะตัดสินผู้ชนะในทศวรรษนี้

Ruklay Pousajja
Ruklay Pousajja BI Consultant & Data Engineer